http://www.nubpetshop.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

เกี่ยวกับเรา

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

การสั่งซื้อ และการชำระเงิน

การจัดส่ง

 ติดต่อเรา

สินค้า

 โปรโมชั่น ประจำเดือน
 เด็กๆที่เปิดจอง
 ย้ายบ้านแล้ว
 กระต่าย
 กระรอก
 แฮมสเตอร์
 Cavy Group
 ชูก้าไกลเดอร์
 Exotic Pet
 อาหารกระต่าย / อาหารแพรี่ด็อก
 อาหารกระรอก / อาหารชูก้าไกลเดอร์
 อาหารแฮมสเตอร์
 อาหาร Cavy
 อาหารนก
 อุปกรณ์กระต่าย
 อุปกรณ์กระรอก/ อุปกรณ์ชูก้าไกลเดอร์
 อุปกรณ์แฮมฯ
 อุปกรณ์ Cavy
 อุปกรณ์แพรี่ด็อก
 อุปกรณ์นก
 สินค้ามาใหม่
 ยาและวิตามิน
 อาบน้ำ+รับฝาก
 สินค้าหมด
 อาหาร ขนม วิตามิน สุนัข
 อาหาร ขนม วิตามิน แมว
 อุปกรณ์ ยา แชมพู สุนัข
 อุปกรณ์ ยา แชมพู แมว

ปฎิทิน

« October 2020»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031







ญี่ปุ่น

                                                   รู้ก่อนไป / เที่ยวญี่ปุ่น

ญี่ปุ่น (Japan)
เที่ยวญี่ปุ่นได้ตลอดทั้งปี มีมากกว่า “โตเกียว-โอซากา”เมื่อได้ไปเที่ยว ญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวไทยจะนึกถึง “ดอกซากุระ” และการได้ไปกรุงโตเกียวหรือภูเขาไฟฟูจิ ก็นับว่า ได้ถึงญี่ปุ่นแล้ว โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูที่ดอกซากุระบาน ประกอบกับเป็นฤดูที่โรงเรียนปิดเทอมของไทย เทศกาลสงกรานต์ มีวันหยุดยาวติดต่อกันมาก ถ้าไม่ไป “สวิส” ก็จะเลือกมาเที่ยวญี่ปุ่น แนวโน้มเที่ยวญี่ปุ่นจึงแน่นในช่วงนี้ เส้นทางยอดนิยมของญี่ปุ่น จึงเป็นเส้นทางโตเกียว-โอซากา เป็นส่วนใหญ่ ญี่ปุ่นมีแหล่งท่องเที่ยวมากกว่านี้ 

     การท่องเที่ยวญี่ปุ่น พยายามชี้ให้เห็นว่าสภาพภูมิประเทศและอากาศของญี่ปุ่นนั้น สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ที่อยากแนะนำคือ เกาะคิวชู ทางใต้ กับเกาะฮอกไกโด ทางเหนือสุด

         ไฟล์:Fukuoka Viewed From Minamiku Observation Deck.jpg  
ที่มา:http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Fukuoka_Viewed_From_Minamiku_Observation_Deck.jpg
     
      เมืองฟุกุโอกะ เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนนานาชาติกับเอเชียมีชื่อเสียงด้านสิ่งทอ ห่างจากโตเกียว 6 ชั่วโมงโดยทางรถไฟชินคันเซน หรือ 3 ชั่วโมง จากชินโอซากาสู่คิวชู สถานที่เที่ยวในเมืองมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชียฟุคุโอกะ และศาลเจ้าดาไซฟุ ห่างจากเมืองฟุกุโอกะเพียง 20 นาทีโดยทางรถยนต์ มีแหล่งโบราณคดีและเทศกาลฮะกะตะ ดงทะกุและเทศกาลยะมะงะซะ ที่มีชื่อเสียง 

 
      เมืองนางาซากิ เป็นเมืองท่าแห่งเดียว ที่โชกุนโตคุกะว่าได้เปิดทำการค้ากับต่างประเทศ ระหว่างปี 1639-1859 จึงมีบ้านพักชาวต่างชาติ ที่สร้างเป็นอาคารแบบตะวันตกโกเวอร์การ์เด้น โบสถ์คาทกลิคโออุระ และ สวนสันติภาพนางาซากิ เป็นอนุสรณ์สถาน ที่สร้างบนศูนย์กลางของเป้าโจมตีโดยระเบิดปรมาณูลูกที่ 2 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากฮิโรชิมาเพียง 3 วัน เฮ้าส์เท็นบอช เป็นรีสอร์ทสวนสนุกที่สร้างแบบเนเธอร์แลนด์ มีทุ่งทิวลิปและดอกไม้สวยงามมาก  
อุทยานแห่งชาติอุนเซน ห่างจากเมือง นางาซากิ 2 ชม.โดยทางรถยนต์ มีภูเขาอุนเซนและแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติบนที่ราบสูงและชายทะเล
 
       เมืองซะงะ อยู่ติดกับนางาซากิ เป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาอะริตะยะคิ ที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

      เมืองคุมะโมโต้ ห่างจากสถานีฮะคะตะเพียง 1.30 ชม. โดยรถไฟด่วน มีปราสาทคุมะโมโต้ สวนซุยเซนหยิเป็นประตูสู่อุทยานแห่งชาติอะโซะ คุหยิ ซึ่งเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟอะโซะ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและภูเขาคุหยิ 

     เมืองเบปปุ ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลตะวันออกของเกาะคิวชูเป็นเมืองแห่งบ่อน้ำแร่ที่เป็นบ่อโคลน (หลากสี) จัดเป็นเมืองที่มีรีสอร์ทน้ำแร่มากที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถลองแช่น้ำแร่หลายหลากชนิดได้ 
    
      เมืองน้ำพุร้อนยุฟุอิน ก็อยู่ในจังหวัด โออิตะไม่ไกลจากเมืองเบบปุ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่ งดงามและเป็นเมืองต้นแบบที่รวมกลุ่มผลิตสินค้าหนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์ ออกจำหน่ายและประสบความสำเร็จด้านการท่องเที่ยวด้วย ฮอกไกโด เป็นเกาะใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ถือเป็นสวรรค์ของธรรมชาติ สามารถจะท่องเที่ยว ได้ตลอดปีมีทั้งภูเขา ที่ราบสูง แม่น้ำ ทะเลสาบ บ่อน้ำพุร้อน และชายฝั่งทะเล มีเมืองซัปโปโรเป็นศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจและการเมือง รวมทั้งการเดินทางไปโตเกียวและโอซากา มีสวนสาธารณะโอโดริซึ่งเป็นที่จัดแสดงงานเทศกาลหิมะที่มีชื่อเสียง สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาชมงานในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
 

     เมืองฮะโคดาเตะ เป็นเมืองท่าชายทะเลอยู่ทางใต้สุดของเกาะฮอกไกโด สามารถไปถึงโดยทางรถไฟจากเมืองอะโอโมริในเกาะฮอนชู หรือทางรถไฟจากซัปโปโร ในยามเช้าจะมีตลาดสดขายอาหารทะเลสดๆ ให้ชิม ยามสายเที่ยวชมโบสถ์และป้อมปราการโบราณ ยามเย็นนั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปบนเขาฮะโคดาเตะ ชมทิวทัศน์ยามราตรีที่สวยงาม 

     เมืองอะซะฮิกะวะ ตั้งอยู่ใจกลางเกาะ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองซัปโปโร ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งโดยรถไฟด่วนจากเมืองซัปโปโร และจากเมืองอะซะฮิกะวะไปทางตะวันออกจะมี อุทยานแห่งชาติไดเซทจึซัง ซึ่งมีบ่อน้ำแร่โซอุนเคียว ให้เพลิดเพลินในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี
     ถ้าต่อรถไฟลงไปทางใต้ของเมืองนี้ เป็น เมืองท่องเที่ยวฟูระโน่ มีทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่กว้างใหญ่ไพศาลสวยงามมากในฤดูร้อนและมีสกีรีสอร์ทชั้นดีให้เพลิดเพลินกับการเล่นสกีในฤดูหนาว

แอลป์ญี่ปุ่น “หิมะฤดูร้อน”
     กำแพงหิมะ ณ หุบเขาแอลป์ญี่ปุ่น-ทาเทยาม่า ปีหนึ่งไปได้ช่วงเดียวเท่านั้น คือ ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม เป็นช่วงที่น้ำแข็งหิมะที่อื่นละลายไปหมดแล้ว คงเหลือแต่ที่ยอดเขาที่นี่ที่เดียว จนถูกเรียกกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวหิมะน้ำแข็งฤดูร้อน
     ที่นี่มีป่าสนดึกดำบรรพ์ ที่มีอายุกว่า 1,000 ปี เสน่ห์แห่งทุ่งราบเขียวขจีแซมสลับด้วยสีสันของ ดอกไม้ที่แข่งกันบานอวดสีสันสวยงามของช่วงฤดูร้อนที่สดใส
     บนยอดดอยสูงจุดชมวิวสูงที่สุดของเส้นทางนี้ มองเห็นทะเลสาบน้อยใหญ่ ทะเลเมฆ ขอบฟ้าแสนสวย ทัศนียภาพความงามของบรรยากาศฤดูดอกไม้บานสีสันสวยงาม นับเป็นช่วงเวลาแสนคลาสสิก
     ช่วงปลายเมษายน-ต้นมิถุนายน จะได้สัมผัสความงามด้วยการลัดเลาะซอกกำแพงน้ำแข็ง (Ice Wall) สูงกว่า 20 เมตร นับเป็นธรรมชาติ แสนมหัศจรรย์ยิ่ง นั่นคือสิ่งที่น่าสนใจและสร้างความตื่นเต้น จากการได้สัมผัสความหนาวเย็นในฤดูร้อน
     ระหว่างเดินทางผ่านกำแพงหิมะสูงตามถนนสายนี้ไปสู่ยอดเขา กำแพงหิมะทั้งสองข้างเป็นถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้าน หิมะตกมาทับถนนจนไม่สามารถสัญจรได้ แต่หลังจากหิมะหยุดตกและน้ำแข็งเริ่มกดตัวแข็ง ชาวบ้านก็ช่วยกันเจาะตรงกลางให้เป็นถนนกำแพงหิมะ เพื่อให้รถและคนเดินผ่านได้
     ระดับความสูงของเทือกเขานี้ ได้เปิดโอกาสให้ได้ศึกษาสภาพแวดล้อมของธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นช่วงๆ เริ่มจากธารน้ำที่มองเห็นได้จากรถกระเช้าที่ลอยสูงขึ้นไปจนถึงสถานีที่ 2 จะเปลี่ยนมานั่งรถนำเที่ยวระบบยูโร 4 ที่อนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมไร้มลพิษจะนำผ่านป่าที่อนุรักษ์ไว้เช่นกันด้วยการไม่ทำลายภูเขา
     ช่วงนี้อากาศเริ่มหนาวถึงขั้นหิมะตก จนเห็นแต่หิมะขาวโพลนไปหมด เหมือนกำลังอยู่กลางขั้วโลกเหนืออย่างนั้นเลย
     อากาศหนาวที่นี่ไม่ได้เย็นจัดจนปวดตัวเหมือนฤดูหนาวที่ผ่านมา แต่คนเอเชียเมืองร้อนก็ต้องระดมชุดเสื้อกันหนาวใส่ 3 ชั้นก็ยังไม่รู้สึกว่าอุ่น บางคนผิวหน้าบางหน้าลอกกันเลยทีเดียว ต้องทาครีมป้องกันผิวหนังกันเป็นที่สนุกสนาน...
     ตลอดเส้นทางของการเดินทางที่สวยงามไปสู่หุบเขาแอลป์ญี่ปุ่น “ทาเทยาม่า” (JAPAN ALPS TATEYAMA) นี้ ทุกอย่างล้วนแต่ทันสมัยและไร้สารที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม...
อย่าอาย“ออนเซน”ดีกับสุขภาพ 

เมืองเบปปุ จังหวัดฟุกุโอกะ เกาะคิวชู
เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศญี่ปุ่น เชื่อกันว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาโรคต่างๆ เมืองภูเขาไฟนี้ มีบ่อน้ำพุร้อนพุ่งขึ้นสูงกว่า 20 เมตร บ่อเก่าแก่ที่สุดพุ่งทุก 35 นาที ลึก 120 เมตร และร้อนถึง 98 องศาเซลเซียส...
     “ออนเซน” หรือการแช่น้ำแร่ ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าจะทำให้ผิวพรรณดี สุขภาพดีและผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทางได้
     แต่วิธีการอาบน้ำของชาวญี่ปุ่นนี่สิ ต้อง “แก้ผ้า” ออกให้หมด ทำเอาคนไทยต้องคิดหนักด้วย “ความอาย” ถ้าจะให้ลงไปอาบน้ำรวมและเปลือยอย่างญี่ปุ่น เห็นทีจะต้องปฏิเสธ แม้หลายคนจะสำทับว่า
     “ออนเซนเหรอ”
     “อาย....ไม่กล้า”
     น่าเสียดาย มาทั้งทีถ้าไม่ได้แช่น้ำพุร้อนแบบออนเซน ก็มาไม่ถึงญี่ปุ่น แม้คนญี่ปุ่นจะถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา คนไทยไม่ได้อายคนญี่ปุ่น แต่อายคณะคนไทยที่ไปด้วยกัน บางคนก็แอบมาตอนดึกๆ ไม่ก็ช่วงที่นักท่องเที่ยวไทยออกไปช็อปปิ้งหรือกินข้าวเย็น แต่ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
     ออนเซนที่มีอยู่นี้ ส่วนใหญ่จะเป็นที่อาบน้ำรวมแยกชายและหญิงชัดเจน มีทั้งแบบถังอาบได้ครั้งละ 4 คน และที่เป็นสระทั้งภายในและภายนอกสถานที่ แบบอาบน้ำแร่เย้ยฟ้าท้าดินก็มี อยู่ในบ้านก็มี
     บ้านไหนมีบ่อน้ำแร่ต้องแบ่งเพื่อนบ้านอาบด้วยเป็นกฎกติกามารยาท บางแห่งเสริมด้วยสมุนไพร มีน้ำวน มีเกลือ แล้วแต่ความนิยมชมชอบ เพื่อดึงดูดลูกค้า ที่เมืองเบปปุนี้ น้ำแร่จะเป็นน้ำแร่ธรรมชาติ ไม่มีเจือปน
     เมื่อได้แช่น้ำแร่แล้ว จะรู้สึกว่า ร่างกายแข็งแรงและกระชุ่มกระชวยขึ้นมาก รู้สึกดี สบาย น้ำแร่จะปรับอุณหภูมิภายในร่างกาย ให้ดีขึ้น เวลาลงแช่น้ำแร่แล้ว จะทำให้นอนหลับสบาย ความร้อนข้างในร่างกายจะอุ่น เวลาอยู่ในน้ำก็เดินออกกำลังพร้อมกันไปด้วย
     มาที่เมืองเบปปุ ได้อาบน้ำแร่เพื่อ สุขภาพแห่งเดียวก็คุ้มค่า...
     เริ่มแรกที่สัมผัสกับน้ำแร่ ต้องเอาเท้าลงไปแช่ก่อน...แต่โห...ร้อนมาก ชักกลับแทบไม่ทัน พอชินกับความร้อนแล้วลงไปแช่ได้ทั้งตัวเลย สบายมาก ผ่อนคลายดี
     บริเวณที่มีภูเขาไฟอย่างภูเขาไฟ อะโสะ คุกรุ่นอยู่ใจกลางเกาะคิวชูที่ห้อมล้อมไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี ป่าไม้ ทะเลสาบ น้ำพุร้อน เป็นภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดของเกาะคิวชู
     ไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องไปให้ถึง...เพื่อสุขภาพ ต้องลืมอาย แก้ผ้าออนเซน แช่น้ำแร่ธรรมชาติ สักครั้งก่อนกลับเมืองไทย...

“ฟุกุโอกะ” ประตูสู่ญี่ปุ่น
     “ฟุกุโอกะ” เป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญของญี่ปุ่น ตั้งอยู่บนเกาะคิวชูทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น มีที่ตั้งอยู่ใกล้กับชายฝั่งของแผ่นดินใหญ่ทั้งจีนและเกาหลี ทำให้ฟุกุโอกะเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญของภูมิภาคนี้ ทั้งยังมีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมเกิดขึ้นมากมายจนทุกวันนี้
     “ฟุกุโอกะ” มีมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่นรวมถึงพุทธศาสนาและศาลเจ้าในลัทธิชินโตอันเงียบสงบ สวนอันร่มรื่นและสถานที่ที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย
     ฟุกุโอกะมีที่ตั้งอยู่ติดกับทะเลเก็งไคจึงทำให้สภาพอากาศกำลังสบายไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป มีฝนตกปานกลาง อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 16.3 องศาเซลเซียส
     เที่ยวชมบรรยากาศใน “เฮ้าส์เท็นบอช” ที่ได้รวบรวมเอาสถาปัตยกรรม สิ่งปลูกสร้าง คูน้ำ หอนาฬิกา กังหันลม และศิลปกรรมขนานแท้ของเนเธอร์แลนด์ไว้ด้วยกัน
     นอกจากนี้ยังมี “สวนสนุก” ที่มีเครื่องเล่นมากมายให้เลือกสรร สิ่งที่เป็นไฮไลท์ของหมู่บ้านแห่งนี้ คือ “ทุ่งดอกทิวลิปและดอกไม้นานาพรรณ”
     “ศาลเจ้าดาไซฟุ” วัดชินโตเก่าแก่เป็นที่ สิงสถิตของเทพเจ้าแห่งความรู้ จึงมีนักเรียน นิสิต นักศึกษามากราบไหว้ขอพรเพื่อการศึกษาไม่เว้นในแต่ละวัน ที่วัดแห่งนี้มีต้นบ๊วยหลายพันธุ์กว่า 6,000 ต้น มีอยู่หนาแน่นทั่วทุกแห่งภายในวัดให้บรรยากาศร่มรื่น
     “ศาลเจ้าคุชิดะ” ตั้งอยู่ในย่านนากาสุ จุดเด่น อยู่ที่ความสวยงามของหลังคาที่มีความลดหลั่นกันราวกับเกลียวคลื่น ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของศิลปวัฒนธรรมโบราณแบบชินโตดั้งเดิม
     จากนั้นไปชม “ฟุกุโอกะ ทาวเวอร์” หอคอยเรือนกระจกเพียงแห่งเดียวของประเทศญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นบนแผ่นดินที่เกิดจากการถมทะเล นำท่านสู่จุดชมวิวบนความสูง 230 เมตร สามารถมองเห็น ทั้งทัศนียภาพของเมืองฟุกุโอกะและวิวทะเลญี่ปุ่นด้านทิศเหนือ อีกทั้งยังสามารถชื่นชมกับหาดทราย ซึ่งเกิดจากการถมทะเลได้อย่างแนบเนียน
     ฟุกุโอกะเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ด้วย “ไร่ผลไม้” ให้คุณได้สัมผัสกับธรรมชาติและสวนผลไม้ และเก็บผลไม้กันแบบสดๆ จากไร่ได้ตามฤดูกาล
     ที่นี่ สามารถนั่งรถไฟหัวกระสุนชินคันเซนสู่เมืองฮิโรชิมาได้...


หมู่เกาะญี่ปุ่นมีเกาะใหญ่ที่สำคัญ 4 เกาะ คือ ฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุ และ คิวชู
     ภูมิประเทศ ร้อยละ 71 เป็นภูเขา มีพื้นที่ราบเพียงร้อยละ 25 เป็นพื้นที่ทางการเกษตรเพียงร้อยละ 11 ญี่ปุ่นมีภูเขาไฟมากประมาณ 1 ใน 10 ของโลก โดยมีภูเขาไฟฟูจิเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ (3,776 เมตร) เป็นภูเขาไฟที่สงบอยู่แต่ยังไม่ดับ ทำให้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นเสมอ
     พื้นที่ ประมาณ 377,835 ตร.กม.
     ประชากร ประมาณ 126.97 ล้านคน มีประชากรมากที่สุดอันดับ 8 ของโลก
     ภาษา ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาราชการ
     เมืองหลวง กรุงโตเกียว
     ภูมิอากาศ มี 4 ฤดู ที่แตกต่างกันชัดเจน คือ ฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนาคม-พฤษภาคม อากาศอบอุ่น ฤดูร้อน เดือนมิถุนายน-สิงหาคม ลักษณะอากาศร้อนชื้น มีช่วงฤดูฝนสั้นๆ 1 เดือน ในช่วงต้นฤดู
ฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายน-พฤศจิกายน อากาศอบอุ่น มีพายุไต้ฝุ่นมากในช่วงเดือนกันยายน และ ฤดูหนาว เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ อากาศหนาวมีหิมะตกมากทางภาคเหนือและฝั่งทะเลญี่ปุ่น ส่วนทางใต้และฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก อากาศจะอบอุ่น
    เสื้อผ้าที่ควรเตรียมไป ฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้ร่วง เตรียมแจ๊คเก็ตและสเวตเตอร์กันหนาว ฤดูร้อน ให้เตรียมเสื้อผ้าบางเบา แขนสั้น ฤดูหนาว จำเป็นต้องมีเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ท และแจ๊คเก็ตชนิดหนา
    ที่สำคัญเตรียมถุงเท้าติดตัวไปด้วย เพราะมีบ่อยครั้งจำเป็นต้องถอดรองเท้าออก เช่น ตามภัตตาคารญี่ปุ่นบางแห่ง หรือเมื่อก้าวเข้าบริเวณชานหน้าบ้านของชาวญี่ปุ่น


เงินตรา
    คิดง่ายๆ 100 เยน เท่ากับ 30 บาทไทย เช็คเดินทางแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ที่โรงแรมและธนาคารต่างๆ ส่วนบัตรเครดิตใช้ได้ตามร้านค้าเกือบทุกแห่งในเมือง 
 ที่พัก
    มีที่พักมากมาย สะดวกสบายและทันสมัย ถ้าเป็นโรงแรม 5 ดาว จะมีมากในแหล่งดาวน์ทาวน์ 
 โทรศัพท์
    โทรศัพท์สาธารณะในญี่ปุ่นมีอยู่แทบทุกแห่ง ติดต่อได้ทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ ใช้แบบบัตรโทรศัพท์สะดวกที่สุด 
การเดินทาง
    ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยต้องขอรับการตรวจลงตรา (visa) ประเภทที่ถูกต้องก่อนเข้าญี่ปุ่น ยกเว้นผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ การเดินทางโดยเครื่องบินตรงจากไทย ใช้เวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมง

ไฟฟ้าและปลั๊กไฟ
ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ 100 โวลต์ แต่มีความถี่ 2 ขนาด คือ ภาคตะวันออก เช่น โตเกียว นิกโก้ โยโกฮามา ความถี่ 50 เฮิรตซ์ (ใช้ปลั๊กแบบ A) ภาคตะวันตก เช่น เกียวโต โอซาก้า นารา ความถี่ 60 เฮิรตซ์ (ใช้ปลั๊กแบบ B) และ โรงแรม ในเมืองมีปลั๊กไฟ 2 ระบบ คือ 110 และ 220 โวลต์ ให้ใช้แต่เต้าเสียบชนิด 2 ขาแบน (แบบ A) เท่านั้น
กรณีฉุกเฉิน...ติดต่อ
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว
(ใกล้สถานีรถไฟ Meguro)
โทร.033-447-2247
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
โทร.0-2575-1046-51

ที่มาข้อความ : http://www.taradtour.com/page=Travel_Japan

                                                                           

                                            รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่น มีภูเขาไฟมากมายที่ยังคุอยู่มากมายหลายลูก แม้แต่ภูเขาที่มีชื่อเสียงอย่างภูเขาฟูจิ ก็เป็นภูเขาไฟคุกรุ่นอยู่จนกระทั่งยุคกลางด้วยเหตุนี้จึงมีบ่อน้ำพุร้อนอยู่ทั่วทุกแห่งของประเทศญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นชื่นชอบการอาบน้ำพุร้อนมาตั้งแต่สมัยโบราณจนกลายเป็นวิถิชีวิตของชาวญี่ปุ่นเรื่อยมา หลายแห่งเป็นน้ำพุร้อนบริสุทธิ์ (ในบางพื้นที่เมื่อแก่นโลกเย็นตัวลง และปล่อยแก๊สและไอน้ำออกมาจนกระทั่งกลายเป็นน้ำพุร้อน)

กฏหมายว่าด้วยเรื่องสถานพักผ่อนน้ำพุร้อนบัญญัติขึ้นในปีโชวะที่ 23 ระบุไว้ว่า
1. อุณหภูมิของน้ำจะต้องสูงกว่า 25 องศาเซลเซียส 2. น้ำพุร้อนจะต้องมีแร่ธาตุผสมอยู่เป็นจำนวน 1 กก. ดังนั้น ถ้าหากแหล่งน้ำนั้นมีมาตรฐานตรงกับทั้งสองข้อ ก็ถือได้ว่าเป็นน้ำพุร้อน

สถานที่อาบน้ำพุร้อนมีหลากหลายประเภท ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของแร่ธาตุในน้ำ ให้คุณสมบัติใน การรักษาต่างกัน รวมถึงสี และกลิ่น ส่วนมากน้ำพุร้อนจะมีธาตุกัมมะถัน บ่อน้ำพุร้อนมีทั้งในร่มและกลางแจ้ง แต่ละที่เล็กใหญ่ต่างกันไป บ่อกลางแจ้งบางแห่งตั้งอยู่ระหว่างภูเขา หุบเขา หรือเลียบฝั่งแม่น้ำ มีทั้งแบ่งชายหญิงและบ่อรวม

บ่ออาบน้ำประเภทอื่นๆเช่น บ่อทราย ซึ่งผู้อาบจะถูกกลบด้วยทรายร้อน บ่อโคลน และห้องอบไอน้ำ นอกจากนี้ยังมี อะชิยุ  เป็นบ่อน้ำร้อนตื้นๆ สำหรับแช่เท้า พบได้ตามทางเดินของสปารีสอร์ทน้ำพุร้อนและสามารถแช่ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

  การได้พักค้างคืนที่ เรียวกัง (ที่พักแบบญี่ปุ่น) ที่มีบริการน้ำพุร้อน ถือว่าเป็นประสบการณ์การอาบน้ำพุร้อนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการมาเยือนญี่ปุ่น โดยปกติแล้ว การมาเยือนเรียวกังที่มีบริการน้ำพุร้อนจะเริ่มจากการอาบน้ำก่อนรับประทานอาหารเย็น เป็นอาหารเย็นแบบญี่ปุ่นเต็มรูปแบบ รวมถึงอาหารขึ้นชื่อของแต่ละท้องถิ่นนั้นๆ นักท่องเที่ยวส่วนมากมักจะอาบน้ำอีกครั้งก่อนเข้านอนและก่อนรับประทานอาหารเช้าในวันรุ่งขึ้น

ถ้าหากรู้สึกอึดอัดกับการอาบน้ำร่วมกับผู้อื่น ก็สามารถใช้บริการแบบ คะชิคิริ  บ่ออาบน้ำส่วนตัว หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า คะโซคุบุโระ  ซึ่งเป็นบ่ออาบน้ำสำหรับครอบครัว

การปฏิบัติระหว่างอาบน้ำพุร้อนในที่ร่ม   ก่อนอื่นถอดเสื้อผ้าในห้องเปลี่ยนเสื้อและเก็บเสื้อผ้าพร้อมกับผ้าเช็ดตัวลงในตระกร้าที่จัดเตรียมให้ ตู้เก็บเสื้อผ้ามักจะเป็นตู้หยอดเหรียญ การอาบน้ำพุร้อนแบบญี่ปุ่นมักจะเปลือยจนหมด และไม่อนุญาตให้ใช้ชุดว่ายน้ำ อย่างไรก็ตาม สามารถนำผ้าผืนเล็กเข้าไปในห้องอาบน้ำได้ เพื่อความเป็นส่วนตัวมากขึ้นเมื่ออาบน้ำพุร้อนกลางแจ้ง

  หลังจากเข้าห้องอาบน้ำแล้ว ล้างตัวในบริเวณที่จัดเตรียมไว้ให้ ปกติแล้วไม่ควรยืน จากนั้นเข้าไปแช่ตัวในบ่อน้ำพุร้อน สังเกตว่าน้ำอาจจะร้อนมาก (ประมาณ 40-44 องศาเซลเซียส) ถ้าหากรู้สึกว่าร้อนเกินไป พยายามลงแช่ตัวช้าๆ และเคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุด หลังจากแช่น้ำซักพัก ให้ขึ้นอาบน้ำถูสบู่ เช่นเดียวกับห้องอาบน้ำแบบญี่ปุ่น ควรระวังไม่ให้สบู่ลงไปผสมกับน้ำแร่ในบ่อ ปกปิดร่างกายด้วยผ้าผืนเล็กและลงแช่น้ำแร่อีกครั้ง เมื่อแช่ตัวเสร็จเรียบร้อย ไม่ต้องล้างตัวอีกครั้ง เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากน้ำแร่อย่างเต็มที่

รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

   บ่อน้ำพุร้อนหลายแห่งแวดล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงาม บางแห่งล้อมรอบด้วยภูเขา เช่น ชิเรโทโกะ และใน ภูมิภาคโทโฮคุ ชาวนามักจะอาบน้ำพุร้อน ในช่วงฤดูหนาวหลังการเก็บเกี่ยว หรือเวลาว่างจากการทำงาน เพื่อเป็นการฟื้นฟูสุขภาพภายหลังจากการทำงานหนัก

  น้ำตกคะมุอิวักกะ เป็นกระแสน้ำอุ่นที่ไหลจากภูเขาที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติชิเรโทโกะ บนเกาะฮอกไกโด นักท่องเที่ยวต้องขึ้นเขาประมาณ 20 นาที จะพบกับน้ำตก ใต้น้ำตกลงมาเป็นบ่อน้ำแร่

ฮอกไกโด โนโบริเบะทจึ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด เป็นที่ตั้งของ โนโบริเบะทจึ ออนเซน, คะรุรุซึ ออนเซน, โนโบริเบะทจึ รินไก ออนเซน

นอกจากนี้ยังมีทิวทัศน์ที่หลากหลาย เช่น ทะเลสาบ แอ่งน้ำ เป็นต้น จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติชิโกทจึ-โทยะ น้ำแร่ของที่นี่มีคุณสมบัติช่วยในการรักษาโรค เป็นหนึ่งในน้ำพุร้อนที่ดีที่สุดในโลก

รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

อะคิอุออนเซน ตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางของจังหวัดมิยะหงิ เลียบชายฝั่งแม่น้ำนะโทริงะวะ ซึ่งไหลจากอ่าวเซนไดลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก เป็นน้ำพุร้อนที่เก่าแก่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 6

ถึงแม้ย่านอะคิอุ จะอยู่ใกล้กับศูนย์กลางเมืองเซนได แต่ร้อยละ 90 ของเมือง เป็นภูเขาและป่า นอกจากนี้ มีโรงแรมสมัยใหม่มากมาย ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเขียวชะอุ่ม

สปารีสอร์ทฮาวาเอียน ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบฤดูร้อนตลอดทั้งปี มีพื้นที่กว้างเท่ากับหกเท่าของโตเกียวโดม รวมทั้งสวนสนุกอีก 5 แห่งด้วยกัน

รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น
รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

เอโดะ โจวะ โยอิจิ เป็นสวนสนุกที่เน้นการอาบพุร้อนธรรมชาติกลางแจ้ง โดยมีลักษณะเด่นคือมีโรงอาบน้ำที่เลียนแบบมาจากโรงอาบน้ำสมัยเอโดะ

บ่อน้ำพุร้อนยักษ์ บ่อหลักมีความยาวถึง 50 เมตร ตั้งอยู่ใกล้กับเรือใบขนาดใหญ่ หรือที่เรียกว่า "เรือสวรรค์"

รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น
รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

สไลเดอร์ มีด้วยกัน 5 ช่อง สามารถเล่นได้สามแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบท่อสไลเดอร์ สไลเดอร์เดี่ยว หรือสไลเดอร์เป็นคู่ รวมทั้งเลือกระดับความชันของสไลเดอร์ได้ด้วยเช่นกัน

อุทยานแห่งชาติฮาโกเน่ ในจังหวัดคะนะงะวะ อยู่ห่างจากเมืองโตเกียวไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 2 ชม. สามารถชมหน้าผาสูง หุบเขาลึก ลำธารใส ชายฝั่งทะเลสาบอะชิ และบ่อน้ำพุร้อนมากมายหนึ่งในที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

เนื่องจากมีน้ำพุร้อนที่มีลักษณะเด่นแตกต่างกันถึง 17 แห่ง ฮาโกเน่จึงได้ชื่อว่า "ฮาโกเน่ 17 โตะ" (17 น้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียง แห่งฮาโกเน่) เช่น ยูโมโตะ, โทโนซะวะ, โซโคคุระ, ดะกะชิมะ, คิกะ และ อะชิโนยุ ทั้งหมดตั้งอยู่เลียบแม่น้ำฮะยะ บริเวณศูนย์กลางของแคว้นฮาโกเน่ ยกเว้น อะชิโนยุ

รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

ฮาโกเน่ โควะคิเอน ยูเนซัน เป็นสปารีสอร์ทน้ำพุร้อน และสวนสนุกน้ำ ในบรรยากาศ และทิวทัศน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจของฮาโกเน่ เป็นการผสมผสานระหว่างประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของออนเซน กับกิจกรรมและการบริการสันทนาการทางน้ำ

ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นสถานที่ที่มีน้ำพุร้อนที่มีคุณภาพดีอยู่เป็นจำนวนมากในฮาโกเน่ ความพิเศษของฮาโกเน่ โควะคิเอน ยูเนซัน คือ แบ่งสถานพักผ่อนที่มีบริการน้ำพุร้อน และสวนสนุก ออกเป็น 2 โซนใหญ่ๆ

โซนแรกเรียกว่า ยูเนซัน สปา รีสอร์ท เหมาะสำหรับผู้คนทั่วไปและครอบครัว ที่ต้องการใส่ชุดว่ายน้ำลงในแช่น้ำ นอกจากนี้ฮาโกเน่ยังได้ขึ้นชื่อว่ามีรีสอร์ทน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่น

รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น
รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

สปาเดดซี เป็นน้ำที่ผสมเกลือจากทะเลเดดซีในตะวันออกกลาง เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกายและจิตใจ โดยลอยตัวอยู่ในอ่างน้ำร้อน เกลือจากเดดซีอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

สปาสาเก เป็นถังไม้ขนาดใหญ่ที่บรรจุสาเกญี่ปุ่นแท้ กล่าวกันว่าสาเกช่วยให้ผิวสวย อีกหนึ่งประสบการณ์แปลกใหม่ที่หาได้ในประเทศญี่ปุ่น

สปาชาเขียว มีส่วนผสมของชาเขียวอยู่จริง ตกแต่งด้วยกาน้ำชาขนาดใหญ่สูง 2 เมตร ตั้งอยู่อย่างโดดเด่น น้ำชานี้มาจากตีนเขาทันซะวะ และฮาโกเน่ ซึ่งรู้จักกันดีว่าเป็นที่ที่มีอากาศเหมาะแก่การปลูกชา

ชาที่ปลูกในแถบนั้นจะมีกลิ่นหอมและมีสารที่ช่วยป้องการการเกิดเนื้องอก เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย และช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี

รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น
รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

สปากาแฟ เป็นสปาพิเศษที่หาได้แห่งเดียวที่ยูเนซัน เป็นกาแฟจริงที่นำมาทำให้เป็นน้ำพุร้อน กล่าวว่ากาแฟมีคุณสมบัติในการรักษาแผลเป็น และเพิ่มความงามให้กับผิวพรรณ และกลิ่นของกาแฟช่วยให้กระปรี้กระเปร่า

สปาไวน์ เป็นไวน์แดงจริง ตกแต่งด้วยขวดไวน์ใหญ่สูง 3.6 เมตร การลงแช่ในไวน์ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับร่างกาย กล่าวกันว่าพระนางคลีโอพัตราชื่นชอบในการอาบน้ำด้วยไวน์

รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

อีกโซนหนึ่งเรียกว่า โมริ โนะ ยุ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ผู้มาเยือนสามารถเพลิดเพลินกับน้ำพุร้อนได้โดยไม่ต้องใส่ชุดว่ายน้ำ และดื่มด่ำกับการบรรยากาศแบบญี่ปุ่นโบราณ

รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น
รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

คินุงะวะออนเซน ตั้งเลียบฝั่งแม่น้ำในหุบเขา ซึ่งทอดยาวระหว่าง ภูเขาไดฮุยกะซัน และ ภูเขาชาคะงะทาเคะ เหนือ แม่น้ำคินุงะวะ เป็นศูนย์กลางของ เมืองโทจิหงิ ซึ่งมีการเปิดสปาเป็นครั้งแรก เมื่อ 300 ปีก่อน ทิวทัศน์ของหุบเขาจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล

เมืองอะตะมิ และ เมืองอิโตะ ตั้งอยู่ที่ปลาย คาบสมุทรอิซุฮันโต สองเมืองนี้หันหน้าออกสู่ อ่าวซะงะมิ เป็นย่านโรงแรมทันสมัย ที่พักแบบญี่ปุ่นที่มีประวัติเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ ตั้งเรียงรายติดกับแหล่งบันเทิงมากมาย ส่งให้ทั้งสองเมืองนี้กลายเป็นหนึ่งในสปารีสอร์ทชั้นนำของญี่ปุ่น

เกโระออนเซน ตั้งอยู่ทางตะวันออกกลางของจังหวัดกิฟุ ติดกับชายแดนเมืองนางะโนะ เป็นสปาที่รู้จักกันดีตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 จัดว่าเป็นหนึ่งในสามแหล่งน้ำพุร้อนที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น และมีชื่อเสียงในเรื่องบรรเทาโรคไขข้อ ไปตาม เส้นทางยุเมจิน ยุเมงุริ เทงะตะ จะพบบ่อน้ำพุร้อนได้มากกว่า 3 แห่ง

รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น
รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

หลายทศวรรษที่ผ่านมา น้ำพุร้อนจำนวนมากของ คุซะทจึ ออนเซน ในจังหวัดกุมมะ ได้รับการขนานนามว่า เป็นน้ำพุร้อนที่มีประสิทธิภาพที่สุดในญี่ปุ่น แม้ไม่ดีที่สุด น้ำในรีสอร์ทส่วนใหญ่ผุดเป็นฟองขึ้นไปในบริเวณ "ยูบาทาเกะ" (ทุ่งน้ำร้อน)

 บริเวณศูนย์กลางของเมือง เชื่อกันว่าน้ำพุร้อนนี้ช่วยรักษาโรคทุกชนิด ยกเว้นโรคทางใจ

โดโงะออนเซ็น เป็นหนึ่งในน้ำพุร้อนที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุด ตั้งอยู่บริเวณ ชานเมืองมะทจึยะมะ บนเกาะชิโคคุ สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ คือ โดโงะออนเซ็น ฮอนกัน ที่อาบน้ำสาธารณะทำจากไม้สมัยเมจิ นับตั้งแต่ปี 1894

นอกจากการอาบน้ำ ยังมีการเสิร์ฟชา และขนมหวานญี่ปุ่นที่มีความซับซ้อนและสง่างาม ภายในห้องส่วนตัวซึ่งถือเป็นการผ่อนคลายหลังจากการอาบน้ำ

รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น
รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

เมืองเบปปุ เป็นแหล่งน้ำพุร้อนหลักของญี่ปุ่น ในจังหวัดโออิตะ ไม่มีรีสอร์ทใดที่สามารถผลิตน้ำพุร้อนได้มากกว่าที่นี่ ในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวของเบปปุ ยังมี "เฮลส์" บ่อน้ำพุร้อนจัดซึ่งไม่เหมาะแก่การลงแช่  จิโงคุ หรือ "เฮลส์" ในเมืองเบปปุ เป็นน้ำพุร้อน 9 แห่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่เหมาะสำหรับชื่นชมมากกว่าการลงแช่

เมืองยุฟุอิน ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของจังหวัดโออิตะ เป็นส่วนต่อขยายจากเขตแดนของ อ่างเก็บน้ำยุฟุอิน ซึ่งมี แม่น้ำโออิตะงะวะ เป็นแหล่งกำเนิด ภูเขายุฟุ รู้จักกันในชื่อ บุงโงะฟุจิ

ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอ่างเก็บน้ำ โรงแรมที่สร้างมาเป็นเวลานาน พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีเอกลักษณ์, แกลลอรี่ส์ขนาดเล็ก, ร้านอาหารที่ทันสมัย และร้านกาแฟ ทั้งหมดผสมผสานรวมอยู่ใน ย่านยุฟุอินโจ สร้างบรรยากาศที่น่าหลงใหลไปทั่วบริเวณ

รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น
รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

อิบุซึกิออนเซ็น เป็นน้ำพุร้อนรวม กลางแจ้ง ซึ่งไม่เหมือนน้ำพุร้อนทั่วไปที่มีห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ห้องเดียว แต่ที่นี่เป็นน้ำพุร้อนที่ไม่ใช้น้ำ อิบุซุกิออนเซ็นเป็น การอบทรายร้อน

ซึ่งผู้มาใช้บริการต้องฝังร่างกายอยู่ในทรายร้อน และผ่อนคลายนานเท่าที่ต้องการ แม้ว่าน้ำพุร้อนนี้จะรวมชายหญิง แต่สุภาพสตรีไม่จำเป็นต้องรู้สึกอายเพราะทุกคนต้องใส่ชุดยูกาตะ

ยุดะนะคะ และชิบุ ออนเซ็น เป็นน้ำพุร้อนสองแห่งที่โด่งดังมากที่สุดกว่าครึ่งหนึ่ง ในน้ำพุร้อน 12 แห่งที่รวมอยู่ใน เมืองยะมะโนอุจิ ทางตอนเหนือของเมืองนางะโนะ บริเวณนี้ยังมีชื่อเสียงในเรื่อง "ลิงหิมะ" ซึ่งเป็นลิงญี่ปุ่นที่ชอบน้ำร้อนธรรมชาติเช่นเดียวกับผู้มาเยี่ยมชม

น้ำพุร้อนที่มนุษย์สามารถใช้ได้จะพบเมื่อลงจากหุบเขาต่อไปอีก โคระคุคัน เป็นเรียวกังที่มีบริการน้ำพุร้อน ที่ทำจากไม้ ตั้งอยู่ในบริเวณด้านล่างของสวนลิง

รวบรวมบ่อน้ำพุร้อน Onsen ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

ที่มา : www.yokosojapan.org

view

กระต่าย

กระรอก

แฮมสเตอร์

Cavy Group

ชูก้าไกลเดอร์

Exitic Pet ชนิดอื่นๆ

แนะนำโรงพยาบาล

Be Easy Health

เพื่อนคู่ค้า NU B PET SHOP

กระเบรนเนม

Tutor เคมี

พื้นที่โฆษณา

พื้นที่โฆษณา

พื้นที่โฆษณา

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

view